breaking news

ร้านกาแฟเพื่อสุขภาพ รายได้ 7 หมื่น

มิถุนายน 24th, 2015 | by administrator
ร้านกาแฟเพื่อสุขภาพ รายได้ 7 หมื่น
วัยรุ่นวัยรวย
0

     ร้านกาแฟสุขภาพ ธุรกิจแนวใหม่สำหรับคนรักสุขภาพ เมนูไฮไลท์กาแฟเสริมคู่กับสลัดผักไฮโดรโปนิกส์ ในรูปแบบร้าน ในรูปแบบร้านกาแฟสุขภาพ เพื่อให้ตรงตามคอนเซ็ปต์อาหารรักสุขภาพที่ตระหนักและเป็นห่วงผู้บริโภคในปัจจุบัน สร้างรายได้กว่า 7 หมื่นบาทต่อเดือน

11159120_10153227365978416_286526097_o(1)

     นายกฤตธี อัศเวชมงคล นักศึกษาชั้นปีที่ 4 อายุ 21 ปี ศึกษาอยู่ที่คณะวิทยาศาสตร์ภาคเคมีประยุกต์ Bsac (Bachelor of science in applien chem) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นเจ้าของร้านกาแฟสุขภาพ ที่ไม่เหมือนใครโดยเน้นเรื่องสุขภาพเป็นหลัก จากที่เป็นคนชอบทำอาหารและชอบอ่านการ์ตูนเกี่ยวกับการทำอาหารได้มีโอกาสไปเรียนเป็นบาริสต้า ที่ Le Cordon Blue โดยได้รับคำแนะนำจากคุณพล ตันฑเสถียร เจ้าของร้าน Spring & Summer และเป็น Brand Ambassador ของ Le Cordon Bleu โดยนายกฤตธี ใช้ต้นทุนในการเปิดร้านกาแฟสุขภาพ รวม 1.3 ล้านบาท

11158146_10153227363838416_191270834_n
     “ครั้งแรกได้ลองศึกษาข้อมูลว่าอะไรเป็นที่นิยม และไปขอคำแนะนำและปรึกษาจากรุ่นพี่ อาจารย์ และคนรู้จักหลากหลายท่าน รวมทั้งทำแบบสอบถามซึ่งเป็นตัวเลือกว่าคนส่วนมากสนใจอาหารแบบใด ชอบแนวไหน จึงทำการรวบรวมข้อมูลจนพบว่าคนไทยส่วนใหญ่สนใจเรื่องสุขภาพ แต่เนื่องจากในชีวิตประจำวัน คนไทยเป็นวงจรชีวิตที่เร่งรีบตลอดเวลาถึงจะห่วงสุขภาพตนเองแต่ก็ไม่มีเวลาดูแล ผักไฮโดรโปนิกส์จึงเป็นตัวเลือกแรก อีกทั้งในประเทศไทยยังไม่เป็นที่นิยม จึงตัดสินใจเปิดร้านกาแฟสุขภาพ โดยที่ทำกาแฟควบคู่กับสลัดบาร์”
ทางบ้านติดตั้งระบบไฮโดรโปนิกส์และปลูกส่งขาย สลัดบาร์ที่ร้านจึงใช้ผักไฮโดรโปนิกส์ปลอดสารพิษจากสวนของที่บ้านทำให้ไม่มีโรคที่เกิดในดินและประหยัดพื้นที่ในการปลูก แต่คนไทยมีความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับผักออร์แกนิคคือผักปลอดสารพิษ 100% ไม่มีสารพิษปนเปื้อน แต่ความจริงแล้วในไทยยังไม่มีที่ไหนที่ปลูกแบบออร์แกนิค ได้ 100% ที่ดินที่จะทำได้จะต้องทิ้งร้างไว้และมีสภาพดินที่ดีไว้อย่างต่ำ 5ปี และเมล็ดที่จะนำมาปลูกก็ต้องมาจากตัวแม่ที่เป็นออร์แกนิคอีกด้วย ทำให้ผักออร์แกนิคนั้นยังคงมีสารปนเปื้อนอยู่ ซึ่งทางร้านใส่ใจในสุภาพของลูกค้าจึงใช้ผักไฮโดรโปนิกส์แทน

     ด้วยความที่ยังเป็นนักศึกษาอยู่และเป็นเจ้าของร้านเพียงคนเดียว การบริหารเวลาเรียนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยลงเรียนเก็บหน่วยกิตตั้งแต่ปี 2 ทำให้ปี 3 มีเวลาว่างในการทำธุรกิจร้านกาแฟสุขภาพ ที่เปิดอยู่ ต้องรู้จักการบังคับตัวเอง มีกฎที่ตัวเองสร้างขึ้นเพื่อตัวเองในการทำธุรกิจ การที่จะสร้างธุรกิจหรืออาชีพได้ด้วยตัวเองต้องมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เราทำ อีกทั้งตอน ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายได้ศึกษาเรื่อง Business Accounting ครั้งแรกลองเอาเงินไปเล่นหุ้น พอคิดเริ่มที่จะทำร้านก็ถอนหุ้นออกมาเป็นทุนทำร้าน ด้วยความที่ชอบทำอาหารและกาแฟ จึงเป็นสิ่งที่ช่วยจุดประกายทำให้เริ่มศึกษาการทำร้านกาแฟสุขภาพนี้ขึ้นมา ซึ่งรายได้ตอนแรกได้ประมาณหมื่นกว่าๆ ตอนนี้รายรับเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่เดือนละประมาณ 6 – 7 หมื่นบาท ส่วนรายได้ที่เคยได้เยอะที่สุดอยู่ที่ประมาณ 9 หมื่นบาท
     จุดขายทางร้านนั่นคือ สลัดจากผักไฮโดรโปนิกส์ปลอดสารพิษ และเมล็ดกาแฟคุณภาพดีที่คัดสรรตามช่วงฤดูกาลจากแหล่งที่ได้มาตรฐานและซอสเป็นสูตรเฉพาะของตัวเอง และทางร้านมีการโฆษณาผ่านเพื่อนๆที่รู้จักและพนักงานบริษัทแถวบริเวณร้าน ทำให้ร้านเป็นที่รู้จักแถวนั้นจึงเสริมบริการส่งถึงที่เฉพาะบริเวณใกล้อีกด้วย และเน้นออกบูทให้เยอะ เพื่อต่อยอดและเป็นการโปรโมทให้กับทางร้าน
เป้าหมายในอนาคตที่คิดไว้คือ ต้องการจะเปิดร้านใหม่เป็นร้านอาหารที่มีเมนูที่หลากหลาย มากกว่าสลัด แต่อาหารที่เพิ่มมายังคงเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ ทำให้ยังคงคอนเซ็ปต์รักสุขภาพและสามารถขยายร้านที่มีพื้นที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม “การทำอาหารแบบเจาะกลุ่มอื่นๆ ถ้าไม่มีการขยายทำเล 10 ปีก็ไม่เจริญเติบโต”นายกฤตธีกล่าว

กวินณา คงสระ,นทีพันธ์ ธรรมศีลบัญญัติ

Share This:

Comments are closed.