breaking news

“จำเป็นแค่ไหน?” อยู่ยุคใหม่ ต้องสวยใสด้วยศัลยกรรม

พฤศจิกายน 27th, 2015 | by administrator
“จำเป็นแค่ไหน?” อยู่ยุคใหม่ ต้องสวยใสด้วยศัลยกรรม
Special Report
0

“ในสังคมไทยดูเหมือนว่าผู้คนจะให้ความสำคัญกับ “ความสวยงาม” มากกว่า “ความสามารถ” เช่นเดียวกับการศัลยกรรมที่ไม่ได้ทำขึ้นเพื่อการรักษาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังถูกนำมาปรับเปลี่ยนและเสริมสร้างส่วนประกอบต่างๆของร่างกายให้มีความสวยงามตรงตามความต้องการ สิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้ใครหลายคนยอมลดความเป็นตัวเองลง พร้อมก้าวเข้าสู่ค่านิยมแห่งความงามที่ถูกประกอบสร้างไว้ในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน

 

ถึงแม้จะมีการเปิดรับบุคคลผู้ที่มีความสามารถมากเพียงใด แต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนความคิดและเอาชนะค่านิยมความงามได้เลย สิ่งเหล่านี้เองที่เป็นการตอกย้ำเข้าไปอีกครั้ง ในเมื่อสื่อส่วนใหญ่ต่างก็พากันปลูกฝังในเรื่องของความสวยงามที่ประชาชนควรจะได้รับ มากกว่าที่จะนำเสนอคนไม่สวยแต่รวยความเก่ง

โดยพบได้อยู่บ่อยครั้งในบทละครไทยที่นางเอกจะต้องสวย จะต้องฉลาด เป็นคู่พระคู่นางกับคนหล่อ ทั้งที่ความจริงแล้วนางเอกอาจจะไม่จำเป็นจะต้องสวย รวย หรืออะไรก็ตามที่สังคมบีบบังคับว่าจะต้องเป็น เพราะบางครั้งความสวยก็มาในรูปแบบอื่นที่นอกเหนือจากรูปลักษณ์ภายนอกได้


12236743_10201241839485370_989171421_o

 

แต่ในปัจจุบันวัยรุ่นไทยส่วนใหญ่กลับมองว่าการศัลยกรรมเป็นเรื่องปกติ เพราะเด็กเหล่านี้เกิดขึ้นมาในยุคที่สังคมได้เริ่มต้นหล่อหลอมความคิดไปแล้ว โดย เด็กหญิง ศศิกานต์ สาธุพันธ์ กล่าวว่า เมื่อโตขึ้นมีความต้องการในส่วนของการดัดฟัน เพราะคิดว่าฟันของตนค่อนข้างที่จะมีความไม่สมบูรณ์แบบเท่าที่ควรนัก หากได้ดัดฟันแล้วจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจนทำให้เกิดความสวยงามขึ้นได้

12297992_1055181081199284_1837809233_o (1)

“ถ้ามีตังค์ก็อยากทำนะพี่ แต่ว่าตอนนี้ยังไม่มีตังค์ ก็จะทำหน้าให้มันดูดีขึ้น แต่ตอนนี้ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เป็นแบบนี้ก็ถือว่าดีแล้วนะพี่”

รวมถึงนางสาว เอริษา อินสระเทศ อายุ และ นางสาว วนาลี วรรณราชที่มีต้นแบบการแต่งตัว การถ่ายรูปตามแบบ พิม ฐานิดา มานะเลิศเรืองกุล หรือ “พิมฐา” เน็ตไอดอลคนดังที่กำลังเป็นกระแสในโลกโซเชียลอยู่ตอนนี้

โดยทั้งสองมองว่า มีการแต่งตัวน่ารัก ถ่ายรูปเก่ง ถ้าเป็นไปได้ก็อยากศัลยกรรมให้สวยขึ้นบ้าง แต่ที่เป็นอยู่ก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรมากมายนัก เป็นตัวของตัวเองนั้นถือว่าดีมากแล้ว


12311640_1055181107865948_2111335057_o

ความเปลี่ยนแปลงกระแสนิยมของสังคมที่เปลี่ยนไป ทำให้ “เน็ตไอดอล” เข้ามามีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของเด็กวัยรุ่นมากขึ้น ไม่ว่าความเคลื่อนไหวของคนดังเหล่านั้นจะเป็นไปในทิศทางใด ก็จะมีคนชื่นชอบและคอยติดตามอยู่เสมอ ถือได้ว่าเป็นต้นแบบไม่ต่างกับดารานักแสดงเลยก็ว่าได้

และในความนิยมนี้เอง เป็นเหตุผลอีกประการหนึ่งที่ทำให้เกิดการศัลยกรรมในหมู่วัยรุ่นอย่างแพร่หลาย ด้วยการให้เหตุผลว่า “อยากสวยเหมือนพี่คนนี้” หรือ “อยากหล่อเหมือนพี่คนนั้น”


โดย นาย ธนัท เอี่ยมน้อย หรือ “นัท บีพีเซน” หนึ่งในคนดังทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค หรือ เน็ตไอดอล ที่มียอดกดติดตามทางทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ค และไอจีกว่าหมื่นคน ได้กล่าวถึงการศัลยกรรมและอิทธิพลของสังคม เกี่ยวกับการตัดสินใจทำศัลยกรรม ในฐานะของกลุ่มคนที่เป็นต้นแบบความคิดของวัยรุ่นว่า เพราะหลายคนต้องการให้สังคมยอมรับในตัวเองมากขึ้น โดยมาจากกระแสสังคมที่บอกว่าตัวเองต้องสวยแบบใคร ยกตัวอย่างเช่น อยากจมูกสวย โครงหน้าวีเชฟ และสมัยนี้ราคาก็พอๆกับซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่ง จึงถือว่าเป็นการลงทุนที่ไม่แพง เพราะถ้าทำแล้วได้รับการยอมรับจากสังคม มากขึ้นก็อยากทำ

ในส่วนของการศัลยกรรมนั้นส่วนตนมองว่าเป็นเรื่องปกติ อยู่ในสังคมไทยปัจจุบันไปแล้ว เพราะมนุษย์ทุกคนสามารถเห็นจุดบกพร่องของตัวเองได้มากที่สุด จึงไม่แปลกที่อยากปกปิดจุดด้อย หรือเสริมสร้างจุดเด่นขึ้น และสังคมส่วนหนึ่งยังยอมรับได้กับการทำศัลยกรรม

และในฐานะที่เป็นเน็ตไอดอลคนหนึ่ง ก็เชื่อว่าคนดังในโซเชียลเน็ตเวิร์คมีอิทธิพลกับเรื่องแบบนี้บ้างเหมือนกัน บางคนมาขอรูปแบบจมูกของเราไปทำอยู่บ่อยครั้ง บางคนถามว่าเราทำจากหมอไหน เราก็บอกไปว่าจมูกแท้ ก็มีเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง สุดท้ายก็ทำออกมาได้ไม่เหมือนจมูกเราจริงๆ

ส่วนตัวก็คิดว่าการศัลยกรรมเป็นเรื่องส่วนตัวที่เขาอยากทำเพื่อปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น แต่ต้องไม่ลืมว่านอกจากหน้าตาแล้วยังมีอีกหลายเรื่องที่จะทำให้คนชอบได้อย่ายึดติดกับข้อบกพร่องรูปลักษณ์หน้าตาภายนอก และสนใจจุดอื่นบ้าง พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่แล้วจะมีความสุขเอง ธนัทกล่าว

“อย่ายึดติดกับข้อบกพร่องรูปลักษณ์หน้าตาภายนอก และสนใจจุดอื่นบ้าง พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่แล้วจะมีความสุขเอง”


ทั้งนี้การศัลยกรรมในปัจจุบันไม่ได้ถูกทำขึ้นเพื่อเพิ่มความสวยความงามเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นการเสริมสร้างความมั่นใจและสร้างหน้าที่การงานที่ดีได้ เนื่องจากในบางอาชีพยังคงมีความต้องการคนที่มีบุคลิกภาพดี มีคุณภาพและมีใบหน้าที่สามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้า จนนำไปสู่การเพิ่มรายได้ เพิ่มยอดขายให้กับองค์กร ดังนั้นการเสริมสร้างความงามจึงจำเป็นอย่างมากตั้งแต่ปัจจุบันจนถึงอนาคต


12298111_1055180914532634_2068956485_o

“ถ้าไม่สวยก็ไม่มีใครอยากดูสิคะ พริตตี้ถือเป็นตัวช่วยในการพรีเซ้นท์และประชาสัมพันธ์สินค้านั้นๆเพราะฉะนั้นเราต้องมีลักษณะที่โดดเด่นสวยงามเพื่อดึงดูดความสนใจของกลุ่มลูกค้า”

โดย นางสาว ศุภมาส ปิ่นทอง ปัจจุบันเป็นพริตตี้หนึ่งในโตโยต้าพริตตี้2015 ที่กล่าวถึงความสวยงามในอาชีพพริตตี้ว่า ความสวยมีความจำเป็นเป็นอย่างมาก เพราะคนส่วนใหญ่มักจะมองที่รูปร่างหน้าตาก่อนเป็นอย่างแรก ยิ่งถ้าอยากเพิ่มความสนใจให้ดึงดูดลูกค้าแล้วนั้นบุคลิกภาพที่ดีและสวยจึงเป็นสิ่งสำคัญ หากพูดกันตามตรงแล้วถ้าเราเอาคนไม่สวยมาหรือตัวเราเองที่ไม่สามารถให้ความจรรโลงใจผ่านไปหน้าได้ คนส่วนมากก็จะไม่หยุดดูหรือให้ความสนใจกับองค์กรที่เราต้องการจะประชาสัมพันธ์

อย่างไรก็ตามวงการพริตตี้นั้นก็ยังคงมีความต้องการคนเก่ง คนที่มีความสามารถติดตัวมาด้วยเสมอ เพราะสมัยนี้ทุกคนสวยเหมือนกันหมดอยู่แล้ว แต่ในเรื่องของความฉลาดและความเก่งนั้นไม่สามารถเติมแต่งกันได้เลยแม้แต่น้อย ทุกอย่างล้วนแล้วแต่ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าจะเก่งหรือมีไหวพริบความสามารถมากแค่ไหนในหน้าที่การทำงาน

12236872_10201241839565372_1326298902_o

 “บางคนทำศัลยกรรมจนพ่อแม่จำไม่ได้ก็ยังมี ทำให้รู้สึกว่ามันเกินความจำเป็นเกินไป ถ้าในความเป็นจริงแล้วไม่สมควรด้วยซ้ำแค่เกิดมาร่างกายครบ32ก็พอแล้ว”         

ขณะที่นางศรีไพร ทับสิงห์ หรือ ป้าปู กล่าวว่า ส่วนตัวมีความคิดว่าการศัลยกรรมไม่ค่อยมีความจำเป็นมากเท่าไหร่นัก เพราะคนเราเกิดมาแค่สมบูรณ์ครบถ้วนก็เพียงพอแล้ว เด็กยุคนี้ส่วนใหญ่อาจจะมีมุมมองที่แตกต่างกันออกไปว่าการศัลยกรรมเป็นเรื่องธรรมดาที่พบเห็นได้ทั่วไปในสังคมไทย มีความยอมรับกันมากขึ้น อย่างเช่นการเสริมดั้ง ดัดฟันนั้นก็กลายเป็นเรื่องธรรมชาติเพราะผู้คนต่างก็มีความต้องการที่จะให้ตนเองมีภาพลักษณ์ที่ดูดีขึ้น และทั้งหมดนี้หากอยู่ในขอบเขตที่พอดีไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกายมากจนเกินไปก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจกันได้

12242826_10201241839525371_1707396407_o

“เรื่องความสวยความงามเรื่องศัลยกรรมอะไรพวกนี้มันเริ่มเข้ามามากขึ้นในสังคมไทยเพราะว่ามีการรับวัฒนธรรมของคนเอเชียด้วยกันอย่างญี่ปุ่น เกาหลี ที่มีการเปิดกว้างในเรื่องของการศัลยกรรมรวมถึงวัฒนธรรมของตะวันตกที่เราเปิดรับเข้ามาด้วย”    

รวมทั้งนายจอมไตร จันทร์เกิน ที่ได้กล่าวถึงการศัลยกรรมของผู้คนในยุคนี้ว่า ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับสังคมและวิวัฒนาการที่เปลี่ยนไป ในยุคก่อนเรื่องพวกนี้ยังไม่ค่อยมีความสำคัญมากเท่าไหร่นัก แต่กลับกันในสมัยนี้เรื่องความสวยความงามเริ่มเข้ามามีบทบาทในสังคมไทยมากขึ้นและแนวโน้มการศัลยกรรมก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้เพราะผู้คนในสังคมเองนั้นเกิดการเปิดรับวัฒนธรรมต่างๆที่ถาโถมเข้ามาจนผสานเป็นค่านิยมทางความงาม ในส่วนของการศัลยกรรมตนมองว่าทุกคนเกิดมาต้องสวย ต้องหล่อ ต้องเพอร์เฟ็คต์ เพราะสังคมส่วนใหญ่กำหนดไว้ว่าจะต้องเป็นแบบนี้

อย่างไรก็ตามเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะไม่สมควรที่จะได้รับการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเพราะการพัฒนาต่างๆยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ควรปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติมากกว่าที่จะเสริมเติมแต่งสิ่งแปลกปลอม


ทางด้านของ นายธาม เชื้อสถาปนศิริ นักวิชาการสถาบันวิชาการสื่อสาธารณะ (สวส.) ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ค่านิยมความสวยของคนในประเทศไทย มีแนวโน้มเป็นแบบตามอย่างสังคมตะวันตกมากขึ้น เพราะเราให้คุณค่ากับความงามในลักษณะที่เป็นรูปแบบที่สังคมตะวันตกเป็นคนกำหนด เช่น ถ้าเป็นผู้หญิงก็จะเน้นผิวขาว หุ่นเพรียว ผอม ผมยาวตรง รูปร่างสูงโปร่ง ตามที่คนในสังคมต้องการ

และการโฆษณาก็ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดการปลูกฝัง เพราะส่งผลไปถึงการประกอบสร้างความเป็นจริงทางสังคม ที่ต่างก็พยายามที่จะฟูมฟักให้เป็นไปในทิศทางนี้ กำลังพยายามแปลงเรือนร่างภายนอกให้กลายเป็นวัตถุ ตัวอย่างเช่น “พริตตี้”สังคมเราก็มีการกำหนดกันว่าจะต้องสวย แต่ในขณะเดียวกันความหมายของพริตตี้ก็ถูกลดทอนเป็นเพียงวัตถุแห่งเพศเย้ายวนเท่านั้น ถือเป็นเรื่องที่แย่มากสำหรับสังคมในยุคปัจจุบัน เพราะยังมีพริตตี้อีกหลายคนที่อยากให้คนอื่นเห็นความสามารถที่แท้จริง

12314774_1055181074532618_1821087165_o

รวมทั้งเด็กสมัยนี้ที่ถูกปลูกฝังจากสื่อมวลชนกันมากว่าถ้ามีหน้าตาที่สวยงามจะต้องประกอบอาชีพดารา ต้องเดินแบบ ทำตามที่คนส่วนใหญ่ทำกัน การที่จะปรับเปลี่ยนค่านิยมเหล่านี้ได้นั้นต้องเริ่มจากคนรอบข้าง

ดังนั้นนั้นสิ่งที่ต้องทำการแก้ไขเป็นอย่างแรกเลยนั่นคือทัศนคติของพ่อแม่ ต้องสอนให้เขาตัดสินที่ความสามารถมากกว่าหน้าตา แต่ก็อย่าไปเปรียบเทียบแบบนั้นมากเกินไปเพราะเด็กก็มีจุดที่แตกต่างกัน ทุกคนในสังคมก็มีจุดที่ไม่เหมือนกัน ลองคิดว่าถ้าเขาไม่สวยไม่หล่อจะต้องทำอย่างไร คงเป็นเรื่องที่น่าชวนคิดเหมือนกัน นายธามกล่าวทิ้งท้าย

“ตอนนี้ทุกคนศัลยกรรมหน้าแทบจะเหมือนกันหมด เป็นบล็อกเดียวกัน เราคิดว่าเราสวยมาก แต่จริงๆ แล้วเราสวยเหมือนคนอื่น ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคนที่พยายามแสวงหาความสวยความงาม เป็นคนที่ไม่ได้ภูมิใจในตัวเองเป็นคนที่ขาดและเขาพยามหาต้นแบบ”

12228045_10201241839605373_398485192_o

“ทั้งนี้แม้กระแสความนิยมของความสวยความงามยังคงอยู่ในสังคมเรามายาวนาน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะคงอยู่ตลอดไป ในวันข้างหน้าการศัลยกรรมอาจไม่จำเป็นต่อความสวยก็เป็นได้ รูปแบบความสวยที่สังคมกำหนดจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆตามกาลเวลา หากแต่คนในสังคมยังคงต้องปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยเพื่อให้คนในสังคมยอมรับหรือไม่ เรายังคงต้องรอดูกันต่อไป”

เรื่องและภาพโดย นางสาวอภิสรา รักวารินทร์, นางสาวภานุมาส ดอกแก้ว, นางสาวพรทิพย์ อุทัศ

นายทนงศักดิ์ บุญประคม, นางสาวณิชกานต์ ปิ่นทอง

Share This:

Comments are closed.