breaking news

Hate speech จากอดีตสู่ปัจจุบัน

เมษายน 21st, 2020 | by ศศิประภา เฉกแสงทอง
Hate speech จากอดีตสู่ปัจจุบัน
CB59318
0

ในปัจจุบันถือได้ว่าเป็นยุคที่มีอิสระในการกระทำสิ่งต่าง ๆ มากที่สุด มนุษย์ทุกคนมีสิทธิในการใช้ชีวิตที่หลากหลาย และหากกล่าวถึงเสรีในการแสดงความคิดเห็นนั่นคือการที่บุคคลหนึ่งมีอิสระในการแสดงท่าทาง  หรือพูดโต้ตอบเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางความคิด มีพัฒนาการและสร้างความเข้าใจในเรื่องนั้นมากยิ่งขึ้น แต่บางครั้งการพูดอย่างเสรีก็อาจกลายเป็นคำพูดที่สามารถสร้างความขัดแย้ง เกลียดชัง แบ่งฝ่ายเพื่ออุดมการณ์ ยุยง ปลุกปั่น ซึ่งอาจนำไปสู่การสงครามที่เกิดการสูญเสียอย่างมากมาย

คุณทัตชญา ธนนรัฐเดช ผู้ศึกษางานและทำงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ Hate speech ประทุษวาจา ได้กล่าวว่า หากย้อนไปในอดีตจะเห็นได้ว่ามีการรบรา ฆ่าฟันกันมาตลอดช่วงยุคสมัยเพราะธรรมชาติของมนุษย์นั้นจะมีสัญชาตญาณการเอาตัวรอดสามารถแสดงอารมณ์ความรู้สึกในเรื่องต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อตนเอง

อีกทั้งยังมีลักษณะนิสัยที่มักเอนเอียงไปในทางที่ไม่ชอบบุคคลที่แตกต่างทั้งในด้านความคิด ความรู้สึกหรือการแสดงออก แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการอบรมเลี้ยงดู การเติบโต ลักษณะทางประชากรศาสตร์ของแต่ละคนที่ต่างกันออกไปทำให้ระดับความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้นก็แตกต่างในแต่ละบุคคลด้วยเช่นกัน

กล่าวได้ว่า Hate speech นั้นมีมานานก่อนที่สังคมจะได้รู้จักกับเทคโนโลยีหรือการสื่อสารที่อิสระไร้พรมแดนอย่างโลกอินเทอร์เน็ตหรือเกิดขึ้นตั้งแต่มนุษย์นั้นได้เริ่มมีทักษะการพูดนั่นเอง ซึ่งการพูดในลักษณะสร้างความเกลียดชังมาพร้อมกับ Free speech หรือเสรีภาพในการพูด เพราะมีอิสระเสรีในการพูดไม่ถูกปิดกั้นทางความคิดและการแสดงออก จึงเกิดการโต้แย้ง แลกเปลี่ยนความเห็น พัฒนาทักษะในการหาเหตุผลมาสนับสนุนความคิดของตนเองจนได้รับการยอมรับในที่สุดทำให้เกิดสิ่งใหม่ซึ่งถือเป็นข้อดีที่เกิดขึ้นได้

แต่ทว่าเมื่อไม่มีข้อจำกัดในสิ่งที่กระทำหรือพูด จุดประสงค์ในการโต้แย้งอาจจะเปลี่ยนไปได้หากการพูดนั้นเป็นการพูดสร้างความแตกแยก กีดกัน แบ่งแยกอัตลักษณ์ร่วมของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเพื่อขจัดความเห็นต่างนั้นออกไปให้เหลือเพียงความคิดของตนที่ถูกยอมรับและนำไปสู่การใช้ความรุนแรงต่อกัน

ปัจจุบันที่มีโลกอิสระไร้พรมแดนเกิดขึ้นอยากโลกไซเบอร์หรือโลกอินเทอร์เน็ต ทำให้ความรุนแรงที่เกิดจาก Hate speech อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ยาก คุณทัตชญา ยังได้กล่าวว่า เราสามารถแสดงความคิดเห็นได้อิสระโดยที่ไม่จำเป็นต้องบอกตัวตนที่แท้จริง พอมีเทคโนโลยีทำให้เกิด Hate speech ได้ง่ายขึ้นยิ่งกว่าที่ยุคก่อน ๆ และไปเร็วขึ้นโดยที่ไม่จำเป็นต้องกังวลหรือหวาดกลัวในสิ่งที่กระทำลงไปเพราะไม่สามารถระบุตัวตนได้ ทำให้ผลกระทบที่ตามมานั้นเป็นปัญหาเรื้อรังที่ไม่สามารถแก้ได้ด้วยกฎหมาย

หากอยากติดตามเรื่องราวต่อเนื่องในหัวข้อ การพัฒนาของ Hate speech ในยุคไซเบอร์ สามารถรอติดตามได้ที่เพจ The Prototype

Share This:

Comments are closed.